amuletstore.in.th น้อมเก้าพระเครื่อง น้อมเก้าพระเครื่อง
หัวข้อ ประวัติหลวงปู่เฉลิม สีลสาโร วัดบุญนาคประชาสรรค์ (บ้านต้นลำแพน) ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
รายละเอียด

ประวัติหลวงปู่เฉลิม สีลสาโร วัดบุญนาคประชาสรรค์ (บ้านต้นลำแพน) ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ยอดพระเกจิอาจารย์แห่งลุ่มน้ำแม่กลอง
“ เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทธยานร.2 แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม ”
……………………………………………………………………………………
สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึง หากใครชอบการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำสวนผักผลไม้ การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว หรือ เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคาที่ยังคงสภาพตลาดนัดแบบชาวบ้านชาวสวนของชุมชนริมคลอง จังหวัดสมุทรสงครามจึงเป็นจังหวัดที่น่าไปเยี่ยมเยือนสำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เมืองสมุทรสงครามสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมเข้าใจว่าเป็นแขวงหนึ่งของราชบุรี เรียกว่า “สวนนอก”
ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี จึงแยกจากราชบุรี เรียกว่า “เมืองแม่กลอง ” สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้างค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ไป ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง นับเป็นการป้องกันการรุกรานของพม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น จังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 72 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 416 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที ที่กล่าวมาในข้างต้นนี้ก็จะได้กล่าวถึงพระเกจิอาจารย์ดีมีวิชาขลังอีกรูปหนึ่งในปัจจุบัน ที่ได้รับความเคารพนับถือและศรัทธาของประชาชนลูกศิษย์เป็นอย่างมาก นั่นคือหลวงปู่เฉลิม สีลสาโร แห่งวัดบุญนาคประชาสรรค์(บ้านต้นลำแพน) ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงครามนี่เอง

ประวัติ – ปฏิปทาอันน่าศรัทธา
หลวงปู่เฉลิม สีลสาโร ท่านเป็นบุตรของคุณพ่อปานและคุณแม่เป๋า อมศิริ มีบุตรธิดาร่วมท้องมารดาด้วยกัน 9 คน หลวงปู่เป็นคนที่ 3 โดยท่านเกิดเมื่อวัน พฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน 2481 ตรงกับปี ขาล (ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 7) สิริอายุปัจจุบัน 73 ปี ชาติภูมิปูมกำเนิด หลวงปู่เฉลิมท่านเป็นคนจังหวัดสมุทรสงครามแต่กำเนิด เกิดที่นี่ โตที่นี่ สมัยวัยเยาว์ท่านเป็นเด็กชายเฉลิมเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะต่างจากเด็กทั่วไปสักนิดนึง เพราะท่านเป็นเด็กที่นิ่งเงียบ ไม่ค่อยพูดจาอะไรเลาะเทอะหรือไร้สาระสักเท่าไหร่ ไม่ค่อยออกไปวิ่งเล่นดั่งเช่นบุตรหลานบ้านอื่นๆที่เขาทำกัน แต่กลับวิ่งเข้าหาแต่วัดตามแม่ไปกราบพระขอพรอยู่เป็นประจำ สมัยนั้นบ้านโยมพ่อของหลวงปู่อยู่ในแถบบ้านบางกุ้ง โยมแม่จึงไป - มาทำบุญที่วัดเสด็จอยู่เป็นประจำโดยไม่ลืมที่จะมีเด็กชายเฉลิมติดสอยห้อยตามไปด้วยเสมอๆ 
ซึ่ง ณ เวลานั้นหลวงปู่ใจ อินฺทสุวณฺโณ หรือ พระราชมงคลวุฒาจารย์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองสมุทรสงครามปกครองเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ด้วยความที่เป็นเด็กที่นิ่งเงียบและชอบใฝ่หาความรู้ โยมพ่อและโยมแม่ของเด็กชายเฉลิมจึงได้ฝากให้ร่ำเรียนวิชาตำราสอนอ่านที่วัดกับหลวงปู่ใจ โดยสมัยนั้นการที่จะเรียนให้ถ่องแท้นั้นยากนัก หาอาจารย์ดีๆสอนยาก เด็กชายเฉลิมจึงตัดสินใจบวชเณรเพื่อทดแทนค่าน้ำนมและร่ำเรียนวิชาการต่างๆไปด้วยพร้อมๆกัน ครั้นตอนนั้นอายุเด็กชายเฉลิมพึ่งจะสิบปี แต่มีปัญญาเฉลียวฉลาดผิดกับเด็กคนอื่นๆ กล่าวคือเป็นเด็กที่มีปัญญาไว เรียนเขียนอ่านได้สำเร็จคล่องแคล่วว่องไวนัก จนหลวงปู่ใจถึงกับออกปากชมเณรคนนี้อย่างถูกใจนัก จับครอบครูให้เรียนวิชาตำราพระเวทย์สืบต่อด้วย ได้ฝึกจิตกรรมฐานชั้นสูงจนสำเร็จแม้จะยังเยาว์วัยอยู่ แต่วิชาความรู้ไม่ได้วัดกันที่อายุ แต่วัดกันที่ความสามารถเฉพาะตัว และหลวงปู่ใจเคยกล่าวกับหลวงปู่เฉลิมเอาไว้ว่า “ ทุกอย่างมันอยู่ที่จิต หากจิตนิ่งส่งถึง ทำอะไรก็สำเร็จ ” เณรเฉลิมเคยช่วยหลวงปู่ใจตีแผ่นทอง แผ่นเงินหรือแผ่นนาค เพื่อมาทำตะกรุดลูกอม และบางครั้งก็ได้รับมอบหมายให้ขวั้นไหม 5 สี ร้อยตะกรุดลูกอมอีกด้วย หลวงปู่เฉลิมบอกยากนะ ต้องว่าพระคาถากำกับไปทีล่ะขั้นตอน กว่าจะม้วนสำเร็จ กว่าจะว่ามนต์ครบ บางครั้งหลวงปู่ใจท่านมาตรวจ บอกให้แก้ทำใหม่บอกเณรว่าคาถาผิดไปตัวบ้าง บางครั้งแกล้งลืมพันไปอย่างนั้นอยากลองดูว่าครูบาอาจารย์เราท่านรู้จริงไหม แป๊บเดียวโดนเข็กกะโหลกเลย 
ศึกษาหาความรู้มาได้พอสมควร ก็มีเหตุที่จะต้องให้สึกออกมา เมื่อโยมพ่อของเณร ณ เวลานั้น ป่วยลงทำไร่ไถนาไม่ไหวจึงเป็นหน้าที่ของพี่ชายคนโตของครอบครัวที่ต้องออกมาดูแลแทนคุณบิดา แม้นจะให้เพียงมารดาทำไร่ไถนาแต่เพียงลำพัง ขณะที่ตนยังครองผ้าเหลืองอยู่ก็ใคร่จะเห็นเป็นไม่สมควรยิ่งนัก จึงได้สึกออกมาช่วยงานทางบ้านด้วยความใฝ่รู้เด็กชายเฉลิมยังได้ศึกษาตำราเขียนเรียนอ่านของทางโลกจนจบชั้นป. 4 มีความรู้มาพอควรแต่ก็ยังไม่ทิ้งวิชาตำราอาคมที่ครูบาอาจารย์ได้สั่งสอนมา หลังจากนั้นได้ไม่นานข่าวการมรณภาพของหลวงปู่ใจ ก็สร้างความสะเทือนใจให้นายเฉลิมเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าตนและครอบครัวทางบ้านได้ย้ายฐานถิ่นทำกินมาอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้หวลคิดทดแทนคุณทั้งบิดาและมารดา จากนั้นก็ระลึกถึงครูบาอาจารย์อันคือหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ นายเฉลิมจึงตัดสินใจอุปสมบท ณ วัดหนองแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพระครูวิศิตวรกาญ วัดหนองแกเป็นอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เล็ก วัดหนองแก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ทองใบ วัดทุ่งยาวเป็นพระอนุสาวาจาจารย์

ใฝ่รู้หาครูดี
ครั้นเมื่อบวชเรียนเขียนอ่านศึกษาตำราพระธรรมจนจบนักธรรมชั้นเอกและได้ผู้ทรงจำพระปาฏิโมกข์ได้ตั้งแต่พรรษา 3 อยู่วัดหนองแกได้ 6 พรรษา ภิกษุเฉลิมผู้ต้องการศึกษาตำราศาสตร์ให้มากยิ่งขึ้นก็ใคร่กราบเรียนพระครูวิศิตวรกาญเจ้าอาวาส ออกธุดงค์วัตรเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมท่านก็อนุญาต จวบจนได้ศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์หลายท่าน ทั้งจากสายวิชาพุทธาคมของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ร่ำเรียนมาจาก หลวงพ่อใหญ่ วัดโคกเสือ ผู้เป็นศิษย์สืบทอดวิชามาจากหลวงพ่อปาน เรียนรู้วิชาคาถาอาคมต่างๆ จากหลวงพ่อใหญ่วัดโคกเสือมาจนมีความชำนาญ และเชี่ยวชาญยิ่ง ไม่ด้อยกว่าผู้เป็นอาจารย์เลยทีเดียว อีกทั้งยังได้ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน การฝึกสมาธิ การฝึกจิต กับหลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง ทำให้มีสมาธิจิตที่นิ่ง และมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิมมาก ศึกษาอยู่นานจึงลาเพื่อออกธุดงค์ศึกษาพระธรรมและการปฏิบัติของสงฆ์ให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเพื่อเสาะแสวงหาการปลีกวิเวกอีกด้วย ธุดงค์มาเรื่อยจนมาถึงจังหวัดนครปฐม 
ก็ได้พบพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองเวทย์อีกท่าน คือ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม ผู้เป็นศิษย์เอกสืบทอดวิชาคาถาอาคมต่างๆ มาจากหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ภิกษุเฉลิมได้เข้าไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ อยู่คอยปรณนิบัติ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม จนยอมถ่ายทอดวิชาการ พระคาถาอาคมต่างๆมาให้จนสิ้น ได้เอกยอดวิชาตำราเตโชกสิณ จากหลวงพ่อแช่ม สอนมาให้จนท่านออกปากชมว่า “ ทำได้ดีไม่แพ้เราเลย ” , หลวงปู่สุข วัดห้วยจรเข้ , ได้เรียนสายวิชาจากตำราของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม มาอย่างแตกฉาน จึงถือว่าหลวงปู่เฉลิม สีลสาโร พระเกจิอาจารย์รูปนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะมีทั้ง วิชาและครูบาอาจารย์ที่ดีคอยสอนวิชาการต่างๆให้ หลวงปู่เฉลิม เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยตอนรุ่นๆเคยไปขอเรียนวิชากับครูฆราวาสท่านหนึ่งที่บ้านป่าไก่ คือ อาจารย์เล็ก บ้านป่าไก่ อาจารย์สักยันต์ชื่อดังแห่ง อ. ปากท่อ จ. ราชบุรี อาจารย์เล็กผู้นี้เคยเป็นเกลอกับหลวงพ่อสุด วัดกาหลง มักชอบไปพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนวิชากันอยู่เป็นประจำ จึงเป็นที่น่าสนใจของหลวงปู่เฉลิม ที่ต้องการอยากเรียนรู้วิชาและอยากลองเรื่องวิชาคงกระพันชาตรีอีกด้วย เพียงแค่อาจารย์เล็ก บ้านป่าไก่ เห็นครั้งแรกก็ถูกใจและเมื่อได้พูดคุยดูลักษณะนิสัยใจคอก็ยิ่งชอบใจเข้าไปใหญ่ในนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อวดตัวว่าเคยเรียนวิชาดีมาก่อนหน้า จึงยอมถ่ายทอดวิชาตำราสำคัญของ หลวงปู่บุญ วัดวังมะนาว ให้ซึ่งเป็นที่หวงแหนมากของอาจารย์เล็ก หลวงปู่เฉลิม สีลสาโร จึงเป็นพระเกจิอาจารย์อีกผู้หนึ่งในยุคปัจจุบันที่มีความรอบรู้ในเรื่องพระเวทย์วิทยาคมโดยแท้ เป็นพระภิกษุผู้สมถะไม่ถือตัว ไม่มั่ววิชา ไม่หลงตัวว่ามีวิชาครูบาอาจารย์ดีสอน ท่านเป็นคนจริง คิดจะทำอะไรแล้วทำจริง ทำแบบสุกเอาเผากินสำนักนี้ไม่มีแน่นอน นี่สิ “ ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ” บางคำบอกเล่าถึงขนาดตั้งเอาเรียกฉายานามหลวงปู่ว่า “ วาจาประกาศิต ” เพราะเมื่อหลวงปู่ได้ทักใครแล้วมักเป็นดังคำที่หลวงปู่กล่าวถ้อยคำเอาไว้เสมอ

ประวัติวัดบุญนาคประชาสรรค์ (บ้านต้นลำแพน)
ตามเดิมเริ่มแรกวัดบุญนาคประชาสรรค์แต่เดิมชื่อวัดบ้านต้นลำแพน เป็นวัดเก่าเริ่มก่อสร้างตั้งสำนักสงฆ์ตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2497 ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับพระราชวิสุงคามอย่างถูกต้องเมื่อปี 2513 ถือเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ลำดับเจ้าอาวาสการปกครองไม่เห็นเป็นที่แน่ชัด เพราะไม่ได้มีการลงบันทึกเป็นลายรักอักษร ที่ได้ความก็เห็นจะเป็นหลวงพ่อทองหล่อที่เคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสก่อนหน้าหลวงปู่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน หลวงปู่เฉลิมได้รับการติดต่อให้มาดำรงตำแหน่งเมื่อครั้งท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดเจริญรัตนาราม จังหวัดสมุทรสงคราม เพราะเห็นว่าเป็นพระนักคิด นักพัฒนาจึงคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา จึงให้ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบุญนาคประชาสรรค์เมื่อปี 2536 และได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในปี 2537 ต่อมา ในปีเดียวกันนั้นเองหลวงปู่เฉลิมได้รับตำแหน่งแต่งตั้งให้เป็น พระกรรมวาจาจารย์ และในปี 2538 ได้รับตราตั้งฐานานุกรมเป็นพระใบฏีกาเฉลิม รับการธุระพระพุทธศาสนา สั่งสอน ระงับอธิกรณ์ อนุเคราะห์พระภิกษุสามเณร ในปีพ.ศ. 2545 – 2549 ได้เป็นกรรมการอุปถัมร์โครงการสอบอบรมภาษาบาลี คณะสงฆ์ภาค 15 ตามลำดับ

เกียรติคุณต่อยอดพระพุทธศาสนา
ครั้นเมื่อหลวงปู่เฉลิมได้มาอยู่จำพรรษาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสใหม่ๆ วัดบุญนาคประชาสรรค์สมัยนั้น มีเพียงกุฏิสงฆ์แค่ 2 หลัง หลวงปู่เห็นจะเป็นการลำบากเมื่อหากมีกุลบุตรมาขอศึกษาบวชเรียนเขียนอ่านที่นี่ จึงได้ปั้นลูกอมเม็ดจ้อยและตะกรุดดอกน้อยแจกบอกบุญแก่ชาวบ้านและผู้ใจบุญจากต่างถิ่นที่มาทำบุญผ้าป่าบ้าง กฐินบ้างครั้งนั้นท่านทำไปแจกไปเดี๋ยวนี้หมดไม่มีเหลือหายากยิ่งกว่าทอง มีค่ายิ่งกว่าเพชร เพราะเมื่อสมัยนั้นบ้านไหนใครได้ไปหลวงปู่ไม่คิดเงินท่านทำแจกเป็นทานบารมี ใครอยากทำก็ทำ ใครไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำไม่ว่ากัน แต่แล้วประสบการณ์ปาฏิหาริย์ต่างๆก็หลั่งไหลมา จนหลวงปู่ได้เงินจากกองบุญมาก่อสร้างกุฏิสงฆ์เพิ่มอีก 6 หลัง โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2537 กระทั่งปี 2538 ก็แล้วเสร็จ ลบคำสบประมาทจากชาวบ้านที่ไม่ยอมรับแถมยังทับถมหาว่า “ ถมดินตั้งเสาเอาหนี้เข้าวัดเสียเปล่าๆ ” เพราะเมื่อก่อนเถ้าแก่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเป็นนายทุนออกเงินให้ก่อนวัดผ่อนเอาทีหลังได้ อีกทั้งด้วยหลวงปู่เคยมีบุญคุณช่วยลูกชายที่เจ็บไข้รักษาที่ไหนก็ไม่หาย หลวงปู่ทำน้ำมนต์อาบกินได้ 3 วันโรคประหลาดก็หายเป็นปริดทิ้ง จึงตอบแทนคุณออกค่าดินค่าเสาให้ก่อนโดยที่ไม่คิดดอกเบี้ย ไว้วัดมีเงินค่อยมาผ่อนให้ และในปี 2539 หลวงปู่ก็ได้ก่อสร้างศาลาการเปรียญไม้แล้วเสร็จในเวลาไม่ถึงปี เกียรติคุณของหลวงปู่ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ด้วยที่เป็นพระนักพัฒนาท่านได้ก่อสร้างหอระฆัง , ห้องน้ำ , สนับสนุนออกทุนทรัพย์ในการก่อสร้างโรงเรียนบ้านต้นลำแพนตามสมควร , เมรุเผาศพ , โรงครัว ตามลำดับเรื่อยมาจนแล้วเสร็จ จนเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจแก่ชาวบ้านต้นลำแพน ว่าระยะทาง 15 กิโลฯจากปากทางถนนใหญ่ อันทุระกันดารด้วยดินลูกรังก็ไม่เป็นอุปสรรคแก่สาธุชนผู้มีจิตศรัทธาแห่งแรงบารมีของหลวงปู่เฉลิมเลย หลวงปู่ไม่เคยคิดอานิจสินจ้างแต่อย่างใด ท่านเป็นพระที่ไม่สะสมทรัพย์ ได้มาเท่าไหร่เอาไปสร้างวัดหมด และในปี 2554 นี้หลวงปู่ได้ดำริให้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่เป็นเพียงเพิงไม้เก่า ต้องใช้งบประมาณกว่า 7 ล้านบาท ตอนนี้ทางวัดได้ถมดิน หลวงปู่วางศิลาฤกษ์ลงเสาเอกเป็นที่เรียบร้อย และยังได้ดำเนินการก่อสร้างเทปูนทำคานให้แล้วเสร็จไปประมาณกว่า 50% ครั้นก็ยังขาดงบประมาณในการก่อสร้างอยู่อีกเป็นจำนวนมาก หากแรงแห่งศรัทธาผู้เจริญอยากร่วมบุญใหญ่ก็สามารถมาร่วมทำบุญกันได้ที่วัดบุญนาคประชาสรรค์

วันที่สร้าง

8/18/2016 4:03:03 PM
จำนวนคนอ่าน 2407
หน้าแรก | วัตถุมงคล | เรื่องพระน่ารู้ | วิธีการสั่งจอง | เกี่ยวกับเรา

Copyright©2008 amuletstore.in.th All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
powered by siamfocus.com